.
.
Friendshipis so beautiful you needto do nothingbut to cherish it.
.
.
เราคิดเสมอว่าเราโชคดีที่มีเพื่อนดีๆ การสูญเสียคนที่เรารักที่สุดไป....
.
.
ทำให้เราอยากแต่จะทำอะไรดีๆให้คนที่เรารัก และพยายามค้นหาตัวเองให้มากขึ้น
.
.
ในบรรดาเพื่อนที่ได้พบที่นี่ มีหลายคนที่ช่วยกันติวหนังสือ หลายคนมีความรู้สึกที่ดีๆ
.
.
แต่ที่พิเศษที่สุด คือเพื่อนชาวอิสราเอลสองคนนี้
Alex and Gadi ....

.
.
ตอนแรกที่เรารู้เรื่องที่สมองพ่อไม่ปกติแล้ว เราไปเข้าเรียนตามปกติ
.
.
ตอนนั้นจำได้ว่ามันด้านชาไปหมด พอหมดคาบเราก็นั่งอยู่เฉยๆ เหมือนเดินไปไหนไม่ได้
.
.
คำแรกที่Gadiถามเราคือ เราเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเราเหรอ
ตอนนี้เราไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมเขาถึงรู้
.
.
ตอนนั้นน้ำตาเราไหลไม่หยุด พอเราบอกเรื่องป๊าไปเขาก็กอดเรา ถามเราว่า
อยากจะบินไปหาพ่อที่นิวซีแลนด์ไหม เขาไม่แคร์เรื่องเงินหรอกนะ เขาจะออกค่าตั๋วเครื่องบินให้
(ทำให้เรารู้สึกต่อต้านการเหมารวมว่าชาวยิวเป็นชาติที่งกเป็นการส่วนตัวไปเลย)
.
.
เมื่อเรากลับมาที่นี่ ก็ได้รับกำลังใจจากพวกเขาตลอด(และจากเพื่อนๆพี่ๆน้องๆหลายคน)
ช่วงเดือนแรกๆมันยากมาก เราไม่อยากเจอใคร เราไม่อยากเล่าให้ใครฟัง
ไม่อยากให้ใครรับรู้ ไม่อยากเป็นปัญหาของใคร ไม่สามารถจะบอกความรู้สึกกับใครที่นี่ได้
ความสุขน่ะกับใครก็อยากแบ่งปัน อยากให้กันแต่พอมันมาถึงเรื่องความทุกข์
เราก็ต้องพยายามเก็บปัญหาของตัวเองไว้กับตัวเองให้มากที่สุด เพราะทุกคนก็มีปัญหาทั้งนั้น
มีน้อยคนจริงๆที่เรากล้าหยิบยื่นหรือเปิดเผยความรู้สึกของเราให้ฟัง
.
.
.
.
ช่วงเวลาที่เราเอาแต่บอกตัวเองแต่ว่าไม่เป็นไร เราเข้มแข็ง เราต้องทำได้ เราต้องทำให้ได้
เขาเห็นเราแล้วบอกเราว่า ถ้าไม่ร้องไห้ออกมาเสียบ้าง หัวใจของเราจะตาย
น้ำตาของเราไม่ใช่ความอ่อนแอแต่มันจะช่วยเยียวยาจิตวิญญาณของเรา
เราไม่อายเลย ที่จะให้เขาเห็นน้ำตาของเรา
.
.
เราคุยกับเขาเรื่องป๊าได้เท่าที่อยากจะคุยพวกเขาก็เล่าเรื่องครอบครัวของเขาให้เราฟัง
เรื่องสิ่งที่เราหวัง สิ่งที่เราอยากจะทำ เรื่องชีวิตของเรา
มันไม่ง่ายเลยที่จะได้เจอคนที่จะพูดคุยเรื่องเหล่านี้ด้วยได้ที่นี่
บางครั้งเราก็คิดว่าLSE เป็นมหาลัยที่ให้แต่ความรู้สึกของการแข่งขัน
เข้ามาเพื่อจะจบไปแล้วหางานที่ได้เงินเยอะๆ ทำงานในธนาคารดังๆ
แต่มันขึ้นอยู่กับตัวเราจริงๆ ว่าตัวเราได้อะไร ความสุขของเราคืออะไร
.
อยากจะบอกพวกเขาว่าเรารู้สึกขอบคุณมากๆและโชคดีมากๆจริงๆที่ได้รู้จักพวกเขา
และตอนนี้เราก็...ไม่เป็นไรแล้ว สามารถพูดถึงเรื่องเหล่านี้ได้อย่างปกติ ถึงได้เอามาเขียนไว้ในเอนทรีนี้
.
.
อยากจะขอบคุณด้วย กำลังใจที่ได้รับมาตลอด เป็นส่วนนึงที่ทำให้เราผ่านมาได้
มันง่ายที่จะเบือนหน้าหนี แต่พวกเธอหลายคนกลับยื่นมือมาให้เสมอ รับฟังความรู้สึกของเราเสมอ
คำให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆ การพูดคุยทักทาย
ขอบคุณจริงๆนะ
.

.
.
วันนี้ไปกินข้าวเย็นด้วยกันกับสองคนนี้มาที่ผับเบลเยียมแถวๆบ้าน

starter เป็นแซนด์วิช เห็ดกับหัวหอม
.

จริงๆเราไม่ค่อยชอบดื่มเบียร์เท่าไหร่ เพราะมันขม แต่อันนี่เป็นเบียร์สตรอเบอร์รี่
หวานอร่อยมากๆ
.
.

ชอบจริงๆเฟรนฟรายส์เนี่ย ตัวทำอ้วน แต่ก็ชอบTTwTT~ กินแค่นี้เพราะกินเมนคอร์สไม่ไหว
(วันก่อนหน้านี้ไปกินซูชิจานเวียนมา 20 จานแท้ๆกร้ากก ยังทำลายสถิติเดิมไม่ได้ซะที)
>>>ชาตินี้จะไดเอทได้มั้ยวะTT_____________________________TT
.
.

พอดีว่าจะต้องย้ายออกไปจากหอนี้แล้ว^^ ไปอยู่อีกที่นึง
เลยอยากจะเขียนความทรงจำดีๆที่มีเกี่ยวกับหอนี้ไว้ ปนๆใส่ๆกันให้หมดเอนทรีเดียวนี่แหละวะฮ่าๆๆ
ตลอดเวลา 9 เดือนเราใช้ชีวิตในนี้มากกว่าออกไปข้างนอก
เราชอบที่นี่มากๆสวนเล็กๆสนามเด็กเล่น ร้านอาหารที่เดินผ่านทุกวันก่อนจะไปเรียน
อยากจะเก็บไว้แต่ความทรงจำที่ดีๆ^ ^
(แต่ตอนนี้เหนื่อยกับการย้ายข้าวย้ายของเหลือเกิน ไอ้นู่นก็ไม่อยากทิ้ง ไอ้นี่ก็จะเอาไว้ เฮ้อ=w=;)
.
.
แล้วก็จะเดินทางกลับไทยวันที่ 8 กรกฎานี้^^~ถึงเมืองไทยวันที่ 9 นะ
คิดถึงแม่กับน้อง แล้วก็เพื่อนๆมากเลยนะ(เจอใครก็จะจับกอดให้ม้ามแตกไปเลยTTwTT~~~)
.
.
ตอแหลที่สุด~~!!!